Health

Home / Health

ใครบอกว่าทำงานในออฟฟิศไม่ได้เจอแดดแล้วจะไม่ต้องใช้แว่นกรองแสง จริงๆแล้วแสงที่มีผลต่อสายตาของเรานั่นคือแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเจ้าแว่นกรองแสงนี้จะช่วย กรองแสงสีฟ้าหรือแสงสีน้ำเงินที่ถูกปล่อยออกมาจากอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา ทั้งยังช่วยลดอาการปวดตาจากการจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ และลดปัญหาตาพร่ามัวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นวันนี้มาดูถึงประโยชน์ของเจ้าแว่นกรองแสงกันเลยดีกว่า เผื่อใครที่กำลังลังเลจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ประโยชน์ของแว่นกรองแสง ลดอาการตาล้าและความไม่สบายตา แว่นกรองแสงสีน้ำเงินสามารถบรรเทาความเจ็บปวดและความรู้สึกไม่สบายที่มาจากการจ้องหน้าจอดิจิตอลที่สว่างจ้าเป็นเวลานาน เนื่องจากแว่นนี้มีการออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยเลนส์ที่มีการดูดซับแสงสีน้ำเงินก่อนที่จะมีโอกาสเข้าสู่ดวงตา ป้องกันภาวะทางตาที่รุนแรง แว่นกรองแสงสีน้ำเงินสามารถป้องกันภาวะทางตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นภาวะที่อาจทำให้ตาบอดได้ในที่สุด ทำซึ่งแสงคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตรายนั้นสามารถทำลายเซลล์ที่ไวต่อแสงที่พบในจอประสาทตา เมื่อเซลล์เหล่านี้ได้รับแสงสีน้ำเงินมากเกินไปโดยไม่มีการป้องกันใดๆ อาการเริ่มแรกของจอประสาทตาเสื่อมอาจเกิดขึ้นได้ ช่วยเรื่องการนอนหลับ แสงสีน้ำเงินรบกวนระดับฮอร์โมนเมลาโทนินเหมาะสม ซึ่งร่างกายผลิตตามธรรมชาติ โดยจะทำให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพต่ำ ดังนั้นการสวมแว่นตากรองแสงสีน้ำเงินในขณะที่คุณใช้อุปกรณ์ดิจิทัลจะสามารถลดการเกิดการรบกวนดังกล่าวและช่วยให้คุณพักผ่อนได้มากขึ้น แน่นอนว่าเป็นไปได้ยากที่เราจะไม่เผชิญกับแสงสีฟ้า เพราะเราจะต้องพึ่งพาและอาศัยอุปกรณ์ที่ปล่อยแสงสีฟ้าเหล่านี้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรับข่าวสาร ติดต่อเพื่อน หาข้อมูลผ่านเทคโนโลยีเหล่านี้ทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีผลสถิติระบุว่า คนไทยเล่นโซเชียลเฉลี่ยวันละ 7 ชั่วโมง เป็นตัวเลขการเล่นโซเชียลที่นานที่สุดในโลกและเวลาการเล่นโซเชียลนี้จึงสัมพันธ์ต่อการใช้งานของสายตาเราด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังดีที่มีตัวช่วยดีๆ อย่างแว่นกรองแสง ที่จะมาช่วยบรรเทาไม่ให้ตาของเราได้รับแสงสีฟ้าเหล่านั้นมากจนเกินไปจนก่อให้เกิดอันตรายกับดวงตาของเรา ซึ่งเราสามารถเข้าไปปรึกษาร้านแว่นตาทั่วไป หรือง่ายกว่านั้นเพียงเข้าไปเลือกซื้อที่ LAZADA ก็มีผู้ช่วยชาญช่วยตอบคำถามได้เช่นกัน ทั้งยังมีรีวิวจากผู้ใช้จริง รีวิวแว่นกรองแสงให้ทราบอีกด้วย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

Read More..